แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทุนเรียนต่ออเมริกา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทุนเรียนต่ออเมริกา แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

NYU Abu Dhabi Info session วันพุธ 8 มิถุนายน 2559


ACE ในฐานะที่เป็นส่วนงานที่ดูแลด้านแนะแนวการศึกษาต่อสหรัฐฯ EducationUSA ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เราตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาต่อในต่างประเทศเพื่อเพิ่มพูนความรู้ และประสบการณ์ชีวิตให้กับเยาวชนไทย รวมถึงการสานเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ

ACE-EducationUSA จะได้ต้อนรับเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ค วิทยาเขตอาบูดาบี ในโอกาสที่จะมาให้ข้อมูลสถาบัน และทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนที่สนใจเข้าศึกษากับผู้สนใจในภาคเหนือ ACE-EducationUSA จึงขอเรียนเชิญท่าน อาจารย์แนะแนว และนักเรียนที่สนใจเข้าฟังการให้ข้อมูลของสถาบัน ขั้นตอนการสมัคร การเตรียมตัวสมัคร เทคนิคพิชิตทุน จากเจ้าหน้าที่ของสถาบัน ในงาน

NYU Abu Dhabi 
Info session

วันพุธ 8 มิถุนายน 2559
เวลา 17.30-19.00 น.

โรงแรมอีสทิน เชียงใหม่ ถ.ห้วยแก้ว
(ตรงข้ามกับห้างเมญ่า โทร 052-001999)


ใครควรเข้าร่วมกิจกรรม:
นักเรียนชั้น ม. 4-6 ผู้ปกครองและผู้สนใจทั่วไปที่อยากเรียนระดับปริญญาตรีจากสถาบันของอเมริกา
โอกาสพิเศษเช่นนี้มีไม่บ่อยนัก เข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ที่นั่งมีจำนวนจำกัด 
กรุณาลงทะเบียนล่วงหน้าที่ https://nyuadcm.eventbrite.com
หมายเลขโทรศัพท์ 081.8212686
อีเมล์ infohere.ace@gmail.com หรือ
ACE-EducationUSA 21 ซอย 9 ถ.นิมมานเหมินท์ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่




มหาวิทยาลัยนิวยอร์ค วิทยาเขตอาบูดาบี (NYU ABU DHABI) 

มหาวิทยาลัยนิวยอร์ค วิทยาเขตอาบูดาบี (NYU Abu Dhabi) เป็นมหาวิทยาลัยหลักสูตร 4 ปี ที่เน้นการวิจัย และเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ค โดยมีการแข่งขันสูงมาก​ในการสมัครเข้าศึกษา เราเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยนิวยอร์คใน 22 สาขาวิชาในด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปศาสตร์

มหาวิทยาลัยนิวยอร์ค วิทยาเขตอาบูดาบี เป็นผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ของการศึกษาระดับอุดมศึกษา ด้วยหลักสูตรแบบนวัตกรรมที่เข้มข้น และเน้นการวิจัย ซึ่งออกแบบมาใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการและความท้าทายของศตวรรษที่ 21 


วิทยาเขตมีจำนวนนักศึกษากว่า 100 สัญชาติ และไม่ได้เน้นหนักไปที่นักศึกษาจากประเทศใด หรือภูมิภาคใดหลัก ทำให้มหาวิทยาลัยนิวยอร์ค วิทยาเขตอาบูดาบี ท้าทายนักศึกษาเพื่อ ให้คิดอย่างสร้างสรรค์ เข้าใจปัญหาที่สลับซับซ้อนจากมุมมองที่หลากหลาย พัฒนาทักษะ การเป็นผู้นำและการสื่อสารกับเพื่อนนักศึกษาและผู้เชียวชาญในสาขาวิชาต่างๆ

นักศึกษาที่เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ค วิทยาเขตอาบูดาบี สามารถใช้เวลาระหว่าง การสร้างเสริมประสบการณ์ในระดับปริญญาตรี 4 ปีที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ค วิทยาเขตนิวยอร์ค และเซี่ยงไฮ้ รวมถึงที่ศูนย์การศึกษาใน 11 เมืองหลักทั๋วโลก มหาวิทยาลัยนิวยอร์ค วิทยาเขตอาบูดาบี ยังมีความช่วยเหลือด้านการเงินอย่างล้นเหลือให้กับนักศึกษาของสถาบัน โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติ เพื่อให้เรามั่นใจได้ว่านักเรียนระดับหัวกะทิและเก่งที่สุดจากทั่วโลก จะสามารถเข้าศึกษาได้โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางการเงินแต่อย่างใด



NEW YORK UNIVERSITY ABU DHABI (NYU ABU DHABI)

NYU Abu Dhabi is a highly selective, four-year research university that is fully integrated into New York University. We offer NYU undergraduate degrees across 22 majors in the sciences, social sciences, engineering, humanities, and the arts. NYU Abu Dhabi is setting a new standard for higher education through a rigorous, innovative, research-based curriculum that has been redesigned for the needs and challenges of the 21st century.


With a student body comprising more than 100 nationalities, and no national or regional majority, NYU Abu Dhabi challenges students to think creatively, understand complex problems from multiple perspectives, develop leadership skills, and communicate with experts and peers across disciplines. Students who attend the Abu Dhabi campus can spend time over their four-year undergraduate experience at NYU's campuses in New York and Shanghai, as well as at academic centers in 11 other major cities around the world. NYU Abu Dhabi offers very generous financial support to its students regardless of their citizenship, ensuring that the best and brightest students from around the world are able to attend, regardless of their financial background.


วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

หลักสูตรการเรียนในอเมริกา

หลักสูตรการเรียนในอเมริกา



การศึกษาระดับอุดมศึกษาในสหรัฐอเมริกา

การศึกษาในระดับอุดมศึกษาของสหรัฐอเมริกามีชื่อเสียงในด้านคุณภาพระดับชั้นแนวหน้า เข้าถึงได้ง่าย มีความหลากหลายและความยืดหยุ่น โดยมีสถาบันการศึกษามากมายหลายแห่งทั้งของรัฐบาลและเอกชน ซึ่งบางแห่งเป็นสถาบันการศึกษาอิสระ
 
มหาวิทยาลัยแห่งรัฐ
มหาวิทยาลัยรัฐบาลก่อตั้งขึ้นและได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยมีอัตราค่าเล่าเรียนต่ำกว่ามหาวิทยาลัยเอกชน และพลเมืองของรัฐ (ผู้ที่มาจากรัฐนั้น) จะชำระค่าเล่าเรียนต่ำกว่าพลเมืองนอกรัฐ โดยปกติจะมีจำนวนผู้ลงทะเบียนเรียนมากกว่า 20,000 คน นักศึกษานานาชาติจะได้รับการจัดอยู่ในกลุ่มพลเมืองนอกรัฐ และอาจต้องผ่านเกณท์การรับเข้าเรียนที่สูงกว่านักศึกษาของรัฐนั้น

สถาบันการศึกษาเอกชน
สถาบันการศึกษาเอกชนมีแหล่งเงินทุนจากเงินบริจาค ค่าเล่าเรียน เงินสนับสนุน และเงินบริจาคจากศิษย์เก่า ค่าเล่าเรียนจะมีอัตราสูงกว่ามหาวิทยาลัยแห่งรัฐ และไม่มีการแยกประเภทระหว่างพลเมืองของรัฐหรือนอกรัฐ สถาบันการศึกษาเหล่านี้จะมีจำนวนนักศึกษาน้อยกว่ามหาวิทยาลัยแห่งรัฐ สถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับศาสนาซึ่งมีจำนวนมากในสหรัฐอเมริกาเป็นสถาบันการศึกษาของเอกชน

วิทยาลัยชุมชน
วิทยาลัยชุมชนเปิดสอนหลักสูตรอนุปริญญาสองปี รวมถึงหลักสูตรด้านเทคนิคหรืออาชีวศึกษา โดยอาจเป็นวิทยาลัยของรัฐหรือเอกชน แต่มักจะมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้ที่มีบทบาทในชุมชนโดยรอบ โดยทั่วไปจะมีค่าเล่าเรียนที่ถูกกว่า และหลายแห่งมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถโอนหน่วยการเรียนไปยังชั้นปีที่สามของหลักสูตรระดับปริญญาตรี

วิทยาลัยเทคนิคและอาชีวศึกษา
วิทยาลัยเทคนิคและอาชีวศึกษาเปิดสอนหลักสูตรระยะสั้นเพื่อฝึกอบรมนักศึกษาสำหรับวิชาชีพเฉพาะด้านหรือวิธีใช้ทักษะความชำนาญเฉพาะด้านและมีระยะเวลาเรียนสองปีหรือน้อยกว่า


ปฏิทินการศึกษา
ปีการศึกษาของมหาวิทยาลัยเริ่มต้นในเดือนกันยายนและสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม โดยแบ่งเป็นสองภาคเรียน รวมถึงภาคเรียนฤดูร้อนที่มีความเข้มข้นและระยะเวลาสั้นกว่า ภาคเรียนฤดูร้อนจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้กระจายจำนวนวิชาเรียนที่ต้องเรียนในหลักสูตร หรือเพื่อสำเร็จวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีในเวลาที่สั้นขึ้น

ประเภทของหลักสูตร

หลักสูตรสอนภาษาอังกฤษ
มีหลักสูตรภาษาอังกฤษ 3 ประเภทหลักในสหรัฐอเมริกา ได้แก่:
• หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเร่งรัด (IEP): เรียนภาษาอังกฤษ 20 ถึง 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
• หลักสูตรภาษาอังกฤษกึ่งเร่งรัด: นักศึกษาจะเรียนทั้งหลักสูตรวิชาการระดับมหาวิทยาลัยรวมถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษกึ่งเร่งรัด (ESL) ที่สถาบันการศึกษาเดียวกัน
• หลักสูตรภาษาอังกฤษวิชาชีพ: รวมหลักสูตรการเรียนสาขาภาษาอังกฤษธุรกิจหรือสาขาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น กฏหมาย หรือ วิศวกรรมศาสตร์

เพื่อให้มีคุณสมบัติเพียงพอสำหรับการขอวีซ่านักศึกษาเพื่อการเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษในสหรัฐอเมริกา คุณควรตรวจสอบว่าสถาบันการศึกษานั้นได้รับอนุญาตจากหน่วยงานบริการพลเมืองและตรวจคนเข้าเมืองแห่งสหรัฐอเมริกา (USCIS) สถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะทุกแห่งจะสามารถมอบแบบฟอร์ม I-20 แก่นักศึกษาเพื่อการสมัครขอวีซ่านักศึกษา F-1

ขั้นตอนการรับเข้าเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งจะมีเงื่อนไขการรับสมัคร และวันปิดรับสมัครของตนเอง กรุณาตรวจสอบกับสถาบันการศึกษาที่คุณสนใจจะเข้าเรียน
โดยตรง

วิทยาลัยชุมชน
สำหรับนักศึกษานานาชาติ การเรียนที่วิทยาลัยชุมชนจะเป็นเส้นทางเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย โดยในบางครั้งจะเรียกว่า จูเนียร์คอลเลจ หรือ วิทยาลัยสองปี สถาบันการศึกษาเหล่านี้เปิดสอนหลักสูตรฝึกอบรมทั้งด้านอาชีวศึกษาและเทคนิค ซึ่งจะช่วยให้นักศึกษาสามารถเข้าสู่อาชีพการทำงานได้โดยตรงในสาขาอาชีพ เช่น วิศวกรรมยานยนต์ การออกแบบภายใน การพัฒนาเด็ก วิทยาศาสตร์อาหาร การถ่ายภาพ ฯลฯ รวมถึงหลักสูตรด้านวิชาการ ที่จะช่วยให้นักศึกษาสามารถโอนหน่วยกิตการเรียนไปได้ถึงครึ่งหนึ่งของหลักสูตรการเรียนสี่ปีในระดับปริญญาตรี

มีวิทยาลัยชุมชนมากกว่า 1,200 แห่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งหลายแห่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลหรือมลรัฐ นักศึกษานานาชาติจะชำระค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนที่วิทยาลัยชุมชน แต่ก็ยังเป็นอัตราที่ต่ำกว่าการเรียน 4 ปีที่วิทยาลัยในเขตพื้นที่เดียวกัน

เกณท์คุณสมบัติผู้สมัคร
วิทยาลัยชุมชนแต่ละแห่งจะมีเกณท์การรับเข้าเรียนของตนเอง ซึ่งคุณจะพบว่าวิทยาลัยชุมชนมีความยืดหยุ่นในนโยบายการรับเข้าเรียนกว่าสถาบันการศึกษาอื่น ๆ อย่างมาก
ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย / ประกาศนียบัตรนานาชาติ นักศึกษานานาชาติต้องสำเร็จการศึกษา 12 ปี ในระดับประถมและมัธยมศึกษาตอนปลาย ก่อนที่จะสมัครเข้าเรียนวิทยาลัยชุมชนของสหรัฐอเมริกา กรุณาตรวจสอบกับสถาบันการศึกษาของคุณเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาเพื่อการเข้าเรียนโดยตรงในหลักสูตรระดับปริญญาตรี
ความรู้ภาษาอังกฤษ นอกจากนี้คุณต้องส่งผลคะแนน TOEFL (การทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ) โดยปกติข้อกำหนดคะแนน TOEFL ของวิทยาลัยชุมชนจะต่ำกว่าสถาบันการศึกษา 4 ปี

ขั้นตอนการรับเข้าเรียนของวิทยาลัยชุมชน
สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งกำหนดวันปิดรับสมัครของตนเอง ซึ่งปกติจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม โดยอาจเป็นช่วงก่อนหรือหลังจากนั้น แต่จะเป็นการดีหากคุณส่งใบสมัครแต่เนิ่นๆ
ทำการสมัครไปยังสถาบันการศึกษาโดยตรง โดยประกอบด้วยเอกสารต่อไปนี้
• แบบฟอร์มใบสมัคร
• ค่าธรรมเนียมการสมัคร
• เอกสารรับรองการเรียน โดยปกติจะเรียกว่า ใบรับรองผลการเรียน
• ผลการสอบความรู้ภาษาอังกฤษ (TOEFL)
• วิทยาลัยชุมชนบางแห่งอาจต้องการเอกสารทางการเงินเพื่อยืนยัน

การศึกษาระดับปริญญาตรี
การศึกษาระดับปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกา โดยส่วนใหญ่จะอยู่บนพื้นฐานปรัชญาทางด้านศิลปศาสตร์ ซึ่งหมายความว่า ไม่ว่าคุณจะมีเส้นทางการเรียนเช่นไร คุณจะได้รับความรู้จากวิชาเรียนอันหลากหลายในสาขาสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ภาษา และวิทยาศาสตร์กายภาพ

วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกา โดยปกติจะเรียกว่า Bachelor's degree ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง และเปิดโอกาสให้คุณสามารถเลือกเส้นทางการเรียนของตัวเองได้ วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีจะมอบให้คุณหลังจากที่คุณได้รับหน่วยกิตตามที่กำหนด ซึ่งโดยปกติจะใช้เวลาเรียน 4 ปี แต่ละวิชาเรียนจะมีจำนวนหน่วยกิตตามที่กำหนดระหว่าง 3 ถึง 4 หน่วยกิต เพื่อสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี คุณต้องได้รับหน่วยกิตระหว่าง 130 ถึง 180 หน่วยกิต

หลักสูตรปริญญาตรีส่วนใหญ่จะประกอบด้วยวิชาเรียน 4 ประเภท 
  • วิชาบังคับเป็นวิชาเรียนภาคบังคับที่กำหนดโดยสถาบันการศึกษา และจะรวมวิชาเรียนอันหลากหลายในสาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์และคณิตศาสตร์ 
  • วิชาเอกเป็นวิชาเรียนที่คุณเลือกเพื่อมุ่งเน้นในสาขาวิชานั้นๆและมีสัดส่วนระหว่าง 25 เปอร์เซ็นต์ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนวิชาเรียนทั้งหมดในหลักสูตรปริญญาตรีของคุณ 
  • วิชารองเป็นสาขาวิชาเรียนที่คุณมุ่งเน้นเป็นอันดับสอง โดยปกติจะมีสัดส่วนหน่วยกิตเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของวิชาเอก 
  • วิชาเลือกสามารถเลือกเรียนได้จากทุกแผนกวิชาและเป็นจำนวนหน่วยกิตส่วนที่เหลือเพื่อสำเร็จการศึกษา

เกณท์คุณสมบัติผู้สมัคร
ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย / ประกาศนียบัตรนานาชาติ นักศึกษานานาชาติต้องสำเร็จการศึกษา 12 ปี ในระดับประถมและมัธยมศึกษาตอนปลาย ก่อนที่จะสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา
ความรู้ภาษาอังกฤษ นอกจากนี้คุณต้องส่งผลคะแนน TOEFL (การทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ) มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจยอมรับผลการสอบความรู้ภาษาอังกฤษอื่น ๆ เช่น IELTS กรุณาตรวจสอบกับทางมหาวิทยาลัยว่าความรู้ทางภาษาอังกฤษชนิดใดเป็นที่ยอมรับก่อนทำการสมัคร
การสอบวัดมาตรฐานอื่น ๆ มหาวิทยาลัยบางแห่งกำหนดให้นักศึกษานานาชาติต้องผ่านการสอบเพื่อการรับเข้าเรียน โดยมีการสอบวัดผลหลัก 3 ประเภทเพื่อการเข้าเรียนระดับปริญญาตรี ได้แก่ SAT-I (การสอบประเมินผลด้านการศึกษา) SAT-II การสอบวัดผลรายวิชาและ ACT (การสอบวิทยาลัยอเมริกัน) โดยเป็นการสอบแบบปรนัยและเป็นการวัดทักษะที่จำเป็นสำหรับการเข้าเรียนระดับปริญญาตรี กรุณาตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยที่คุณจะสมัครว่าการสอบวัดผลชนิดใด (หากมี) ที่ทางมหาวิทยาลัยต้องการ

ขั้นตอนการสมัครระดับปริญญาตรี
คุณควรเริ่มต้นกระบวนการสมัครระหว่าง 12 ถึง 18 เดือนก่อนวันเริ่มต้นการศึกษา เพื่อทำการค้นคว้าหาข้อมูลของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ และทำการสอบที่จำเป็น หลังจากที่คุณได้คัดเลือกสถาบันการศึกษาที่ต้องการสมัครเรียนแล้วจึงเตรียมการสมัคร

สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งกำหนดวันปิดรับสมัครของตนเอง ซึ่งปกติจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม โดยอาจเป็นช่วงก่อนหรือหลังจากนั้น แต่จะเป็นการดีหากคุณส่งใบสมัครแต่เนิ่น ๆ

ทำการสมัครไปยังสถาบันการศึกษาโดยตรง โดยประกอบด้วยเอกสารต่อไปนี้
• แบบฟอร์มใบสมัคร
• ค่าธรรมเนียมการสมัคร
• เอกสารรับรองการเรียน โดยปกติจะเรียกว่า ใบรับรองผลการเรียน
• ผลคะแนนสอบ (TOEFL, SAT-I, SAT-II)
• จดหมายแนะนำตัวซึ่งคุณต้องระบุอย่างชัดเจนถึงเป้าหมายการเรียนและความสำเร็จ
• จดหมายรับรอง โดยปกติจะเขียนโดยอาจารย์ผู้สอนหรือนายจ้างที่สามารถบอกเล่าเกี่ยวกับการทำงานและศักยภาพของคุณ
• มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจต้องการเอกสารทางการเงินเพื่อยืนยันว่าคุณมีเงินทุนเพียงพอสำหรับการเรียนระดับปริญญาตรีของคุณ
โดยปกติคุณจะได้รับจดหมายตอบรับเข้าเรียนภายในกลางเดือนเมษายนสำหรับการเริ่มต้นเรียนในเดือนกันยายน
การศึกษาระดับบัณฑิต
มีวุฒิการศึกษาระดับบัณฑิต สองประเภทที่เปิดสอนในสหรัฐอเมริกา: ปริญญาโท และ ปริญญาเอก

• ปริญญาโทวิชาการ
วุฒิการศึกษาปริญญาโทศิลปศาสตร์ (MA) หรือปริญญาโทวิทยาศาสตร์ (MSc) จะมอบให้หลังจากการเรียน 2 ปีที่รวมการทำงานประจำวิชาและการวิจัย งานประจำวิชาจะมีจำนวนหน่วยกิตระหว่าง 30 ถึง 60 หน่วย รวมถึงการทำวิทยานิพนธ์และ/หรือการสอบปากเปล่า โดยสามารถนำไปสู่การเรียนต่อระดับปริญญาเอกได้โดยตรง
• ปริญญาโทวิชาชีพ
วุฒิการศึกษาปริญญาโทประเภทนี้ จะนำไปสู่วุฒิการศึกษาวิชาชีพสาขาเฉพาะด้าน และไม่รวมถึงการเรียนต่อในระดับปริญญาเอก เป็นวุฒิการศึกษา เช่น MBA (ปริญญาโทบริหารธุรกิจ) MEd (ปริญญาโทครุศาสตร์) MSW (ปริญญาโทสังคมสงเคราะห์) MFA (ปริญญาโทวิจิตรศิลป์) ฯลฯ หลักสูตรเหล่านี้จะมีหน่วยกิตการเรียน 36 ถึง 48 หน่วยและไม่ต้องทำวิทยานิพนธ์

ปริญญาเอก
ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตเป็นวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก ที่พบได้ทั่วไปมากที่สุด ซึ่งกำหนดให้นักศึกษาผลิตผลงานวิจัยริเริ่มที่มีความสำคัญ เขียนดุษฎีนิพนธ์และนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการ การทำงานระดับปริญญาเอกอาจใช้เวลาตั้งแต่ 5 ถึง 8 ปี รวมถึงวุฒิการศึกษาปริญญาเอกวิชาชีพ เช่น EdD (ปริญญาเอกครุศาสตร์) DBA (ปริญญาเอกบริหารธุรกิจ) ที่รวมการทำงานประจำวิชาและการวิจัยไว้ในหลักสูตร

เกณท์คุณสมบัติผู้สมัคร
มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยปกติจะกำหนดให้คุณต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีระยะเวลาเรียน 4 ปีแล้ว เพื่อการเข้าเรียนหลักสูตรระดับปริญญาโท
การสอบเพื่อการรับเข้าเรียน ที่ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก บางแผนกวิชาอาจกำหนดให้คุณต้องผ่านการสอบ GRE (การสอบวัดเชาวน์ปัญญาระดับบัณฑิต) หรือ GMAT (การสอบวิชาเฉพาะสาขาบริหารธุรกิจ) โดยอาจมีการสอบอื่นๆ เช่น MAT (การสอบเปรียบเทียบ Miller) เพื่อการเรียนในสาขาครุศาสตร์หรือจิตวิทยา รวมถึงการสอบเฉพาะสาขาวิชา เพื่อการเรียนสาขาแพทยศาสตร์ นิติศาสตร์ และทันตแพทยศาสตร์ เป็นต้น กรุณาตรวจสอบกับสถาบันการศึกษาว่ามีข้อกำหนดการสอบประเภทใด นอกจากนี้คุณยังต้องแสดงหลักฐานความรู้ภาษาอังกฤษโดยการส่งผลคะแนน TOEFL หรือผลการสอบความรู้ภาษาอังกฤษอื่น ๆ ที่เป็นที่ยอมรับ

ขั้นตอนการสมัครระดับบัณฑิต
คุณควรเริ่มต้นกระบวนการสมัครระหว่าง 12 ถึง 18 เดือนก่อนวันเริ่มต้นการเรียน เพื่อทำการค้นคว้าหาข้อมูลของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ และทำการสอบที่จำเป็น รวมถึงหาข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสเงินทุน และทุนการศึกษาต่าง ๆ หลังจากที่คุณได้คัดเลือกสถาบันการศึกษาที่ต้องการสมัครเรียนแล้วจึงเตรียมการสมัคร
สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งกำหนดวันปิดรับสมัครของตนเอง ซึ่งปกติจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม โดยอาจเป็นช่วงก่อนหรือหลังจากนั้น แต่จะเป็นการดีหากคุณส่งใบสมัครแต่เนิ่น ๆ

ทำการสมัครไปยังสถาบันการศึกษาโดยตรง โดยประกอบด้วยเอกสารต่อไปนี้
• แบบฟอร์มใบสมัคร
• ค่าธรรมเนียมการสมัคร
• เอกสารรับรองการเรียน: สำเนาที่ผ่านการรับรองของประกาศนียบัตรต้นฉบับ ปริญญาบัตรหรือตำแหน่งงานและใบรับรองผลการเรียนของมหาวิทยาลัย (เกรดที่ได้รับ)
• ผลคะแนน (GRE, GMAT, MAT, TOEFL หรืออื่นๆ)
• จดหมายแนะนำตัวซึ่งคุณต้องระบุอย่างชัดเจนถึงเป้าหมายการเรียนและความสำเร็จ
• จดหมายรับรอง โดยปกติจะเขียนโดยอาจารย์ผู้สอนหรือนายจ้างที่สามารถบอกเล่าเกี่ยวกับการทำงานและศักยภาพของคุณ
• มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจต้องการเอกสารทางการเงินเพื่อยืนยันว่าคุณมีเงินทุนเพียงพอสำหรับการเรียนของคุณ
• มหาวิทยาลัยบางแห่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะวิชาธุรกิจจะทำการสัมภาษณ์ผู้สมัครระหว่างประเทศ โดยเจ้าหน้าที่หรือศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยอาจเป็นผู้ทำการสัมภาษณ์

โดยปกติคุณจะได้รับจดหมายตอบรับเข้าเรียนภายในกลางเดือนเมษายนสำหรับการเริ่มต้นเรียนในเดือนกันยายน

หลักสูตรออนไลน์
หลักสูตรออนไลน์ จะรวมวิธีการเรียนการสอนหลากหลายรูปแบบ และหลายหลักสูตรสามารถเรียนทั้งหลักสูตรในประเทศของคุณ ดังนั้นคุณอาจสามารถสำเร็จการเรียนทั้งหลักสูตรได้โดยไม่ต้องเดินทางมายังประเทศออสเตรเลีย สิงคโปร์ หรือสหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมเวิร์คช็อปหรือการสัมมนาเลย ขณะที่อีกหลายหลักสูตรอาจกำหนดให้คุณต้องเข้าเรียนในห้องเรียนที่ประเทศออสเตรเลีย สิงคโปร์ หรือสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา หรือที่สถาบันการศึกษาพันธมิตรในประเทศของคุณ กรุณาตรวจสอบกับสถาบันการศึกษาที่คุณจะเลือกเรียนว่าหลักสูตรนั้น ๆ เป็นแบบออนไลน์ 100% หรือกำหนดให้เข้าเรียนในห้องเรียนด้วย

มีทางเลือกการเรียนทั้งแบบเต็มเวลาและนอกเวลา ซึ่งทั้งสองแบบคุณจะได้รับความช่วยเหลือผ่านสื่อการเรียนหลากหลายประเภท อาทิเช่น เอกสารการเรียน และอินเตอร์เน็ต คุณจะสื่อสารกับอาจารย์ผู้สอนและนักศึกษาคนอื่น ๆ ด้วยจดหมาย อีเมล์ หรือทางออนไลน์ ผ่านทางการประชุมวิดีโอทางไกลและโปรแกรมสนทนา

คุณสามารถเรียนหลักสูตรได้ทุกระดับ เช่น ประกาศนียบัตร อนุปริญญาระดับปริญญาตรี และปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาโทบริหารธุรกิจ และวุฒิการศึกษาวิชาชีพ ผ่านทางการเรียนออนไลน์

คุณสมบัติผู้สมัคร
เงื่อนไขการรับสมัครสำหรับหลักสูตรออนไลน์จะแตกต่างกันตามแต่ละสถาบันการศึกษา และวุฒิการศึกษาที่คุณสนใจเรียน ข้อกำหนดเหล่านี้ได้รับการออกแบบเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อคุณได้รับเข้าเรียนแล้ว คุณจะสามารถบริหารจัดการการเรียนของคุณได้อย่างประสบผลสำเร็จ สถาบันการศึกษาส่วนใหญ่กำหนดให้คุณต้องมีระดับความรู้ภาษาอังกฤษที่ดี เนื่องจากวิธีการสอนเนื้อหาหลักสูตรและวิธีการประเมินผลงานของคุณ
 

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

มารู้จักประเภทของ “ทุนเรียนต่อต่างประเทศ” กัน

เพราะเรื่องของค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องสำคัญต่อการตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศ “ทุนการศึกษา” เป็นอีกหนทางหนึ่งของนักเรียนต่างชาติ วันนี้จะมาเล่าเรื่องทุนเรียนต่อต่างประเทศให้ฟัง ว่ามีกี่ประเภท น้อง ๆที่อยากขอทุนแต่ไม่เคยขอมาก่อน หรือ ไม่แน่ใจว่า อย่างฉันนี่จะสมัครทุนกับเขาได้ไหม วันนี้จะมาแจงให้ฟังรวมถึงแนะนำ เคล็ดลับค้นหาทุน ข้อควรรู้ เมื่อรู้แล้วจะได้ดูทุนเป็นและเพิ่มโอกาสในการไปเรียนต่ออย่างสบายกระเป๋าด้วยจ้า



ประเภทของทุนการศึกษา
ไม่ใช่ว่าทุนการศึกษาที่แต่ละประเทศมอบให้นั้น จะเหมือนกันเสมอไปนะคะ ทุนแต่ละอันมีกฎเกณฑ์มากมาย อาจมีความแตกต่างในเรื่องของรายละเอียด สัญญาผูกมัด รวมถึงเงินสนับสนุน

1.      ทุนแบบเต็มจำนวน


ทุนประเภทนี้ เป็นทุนการศึกษาที่เราชอบมากที่สุด เหตุผลนั้นแสนหวาน เพราะทุนครอบคลุมทั้งค่าใช้จ่าย ค่าเล่าเรียน ค่ากินอยู่ ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่าง ๆ เรียกว่าออกให้หมด ภายในงบประมาณที่ทางเจ้าของทุนกำหนด ทุนในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเป็นอันนี้

ตัวอย่างทุน
Australian Development Scholarships (ADS) ที่มอบทุนการศึกษาจำนวนหลายทุนให้แก่นักศึกษาต่างชาติ ทั้งระดับปริญญาตรี โท เอก โดยทุนนั้นครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ รวมค่าที่พัก ค่าครองชีพ และค่าประกันสุขภาพ เป็นต้น


2.      ทุนแบบให้บางส่วน


เรียกอีกอย่างว่าทุนแบบไม่เต็มจำนวนนั่นเอง เป็นทุนที่เราจะต้องออกเงินในบางส่วนเองด้วย เช่น เจ้าของทุนจะจ่ายค่าเล่าเรียนให้เพียงแค่บางส่วน ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เราต้องออกเอง เช่น ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เป็นต้น เปรียบเหมือนไปเดทแล้ว ช่วยออกแต่ไม่ทั้งหมด (ก็ยังดีกว่าไม่ได้ช่วยออกเลย)
ซึ่งทุนของมหาวิทยาลัยในต่างประเทศต่างๆ มักจะเป็นทุนในลักษณะเช่นนี้

ตัวอย่างทุน
            Business School MBA Scholarship (ของ Essex Business School) ประเทศอังกฤษ ที่จะให้เงินทุนจำนวน 1,000 ปอนด์ แก่นักต่างชาติที่ต้องการจะมาศึกษา MBA ในสถาบัน   โดยจำนวนเงินนี้ผู้ได้ทุนจะนำไปหักออกจากค่าเล่าเรียนทั้งหมด หรืออีกความหมายคือ ได้ส่วนลด 1,000 ปอนด์นั่นเอง


3.      ทุนแบบที่มีภาระผูกพัน



โดยทุนแบบที่มีภาระผูกพันนั้น ก็คือ ทุนที่มีการกำหนดเงื่อนไขบางประการเอาไว้ เช่น จะต้องกลับมาทำงานในองค์กรของผู้ที่ให้เงินทุน หรือ ในระหว่างการศึกษานั้นจะต้องเรียนให้ได้ผลเรียนตามที่เจ้าของทุนกำหนดไว้ ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับทุนต่อ พูดง่ายๆ “เธอสัญญาแล้วนะว่าจะกลับมา” “สัญญานะว่าจะเป็นเด็กดี”
            ทุนลักษณะนี้มักเป็นทุนการศึกษาแบบที่เด็กไทยอย่างเรารู้จักกันเสียเป็นส่วนใหญ่ เช่น ทุน KING หรือทุนเล่าเรียนหลวง ที่มอบให้กับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อไปศึกษาต่อในต่างประเทศโดยไม่จำกัดสาขาวิชาเรียน และประเทศที่ไปเรียน แต่มีภาระผูกพัน คือ จะต้องกลับมาทำงานในประเทศไทยเป็นระยะเวลาเท่ากับจำนวนปีที่ใช้ในการศึกษา ไม่จำเป็นต้องเข้าทำงานในหน่วยงานทางราชการ) เป็นต้น

4.      ทุนแบบไม่มีภาระผูกพัน
เป็นทุนการศึกษาแบบทุนให้เปล่า หมายถึง มอบทุนให้ฟรี ๆ โดยที่ผู้สมัครไม่มีภาระทำอะไรคืนให้องค์กรเจ้าของเงินทุน หรือไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ให้ต้องปฏิบัติตาม

5.      ทุนประเภทอื่น ๆ
มีทุนการศึกษาบางประเภทที่มีลักษณะนอกเหนือไปจากทุนแบบอื่น ซึ่งที่พบได้บ่อยๆคือ ทุนแบบที่นักเรียนจะขอได้ ก็ต่อเมื่อสามารถสมัครและเข้าไปเรียนหรือเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย หรือ ภาควิชานั้น ๆ แล้ว ซึ่งหมายความว่า ถ้าหลังจากที่เรายื่นขอทุนไปแล้ว แล้วเราไม่ได้ สิ่งที่เราต้องทำ คือ จ่ายค่าเล่าเรียนเองทั้งหมด หรือไม่ก็ต้องกลับบ้าน


เคล็ดลับการหาทุน
            ด้วยความที่ทุนการศึกษามันมีมากมายซะเหลือเกิน จะทำยังไงถึงจะได้ทุนกับเค้าบ้าง วันนี้ จะมาแชร์เคล็ดลับดี ๆ สำหรับใช้ในการวางแผนการหาทุนกันค่ะ
           
1. สังเกตประเภทของทุน
น้องๆต้องดูก่อนเลยว่าทุนนั้นๆเป็นทุนที่แจกเฉพาะนักเรียนต่างชาติ (International students) หรือ แจกรวม ๆ เพื่อน้อง ๆ จะได้รู้ว่าจะต้องไปแข่งขันกับใคร รวมถึงโอกาสในการได้มากน้อยแค่ไหน

2. อ่านขั้นตอนการสมัครให้เข้าใจ
ควรอ่านขั้นตอนวิธีการในการสมัครให้เข้าใจจริง ๆ และถ้าไม่เข้าใจ ให้ส่งอีเมล์ไปยังสถาบันการศึกษานั้น ๆ เพื่อถามโดยตรง เพราะบางครั้ง ถ้าถามจากเพื่อน หรือ คนที่เคยขอทุนอาจได้ข้อมูลที่ผิดหรือไม่ทันสมัยพอ ต้องเช็คเพื่อนความชัวร์

3. ทำ Leadtime
คือการทำ plan คร่าว ๆ ว่าเราจะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับการยื่นทุนนั้น ๆ และเอกสารเหล่านั้นจะได้ครบเมื่อไหร่ รวมถึงต้องสมัครภายในวันไหน โดยควรจะต้องยื่นก่อน deadline ประมาณ 1 เดือน หรือถ้าเร็วกว่านั้นได้ก็ยิ่งดี เพราะเผื่อมีอะไรผิดพลาด จะได้สามารถส่งเอกสารไปใหม่ได้
วิธีการนี้จะเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับทุนการศึกษาที่มีข้อกำหนดให้มีการสมัครด้วยการ “ส่งไปรษณีย์” อย่างเดียวเท่านั้น เพราะมันจะทำให้น้อง ๆ วางแผนได้ถูกและเผื่อเวลาในการจัดส่งเอกสารด้วย
โดยช่วงเวลาของทุนนั้น ส่วนใหญ่จะปล่อยออกมาช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน และมักจะทยอยออกมาเรื่อย ๆ ส่วนเดือนสิงหาคมถึงกันยายน มักจะเป็นช่วง deadline ของทุน เพราะมหาวิทยาลัยเริ่มเปิดเทอม   

แต่ทั้งนี้ เรื่องของวันเวลาในการรับสมัครของแต่ละทุนนั้น อาจะไม่เป็นไปตามนี้เสมอไป เพราะทุนบางของบางองค์กรหรือบางสถาบันมีการบริหารจัดการเป็นของตัวเอง ก็จะทำให้ช่วงเวลาในการรับสมัครแตกต่างไปจากนี้ค่ะ

4.ทำ check list เพื่อตรวจสอบเอกสารให้พร้อม


เอกสารที่ต้องเตรียมในการขอทุน ซึ่งโดยมากต้องใช้แน่ๆ คือ
  • ใบรับรองผลการศึกษา
  • ผลการวัดระดับความสามารถทางภาษา TOEFL, IELTS, TOEIC, GRE หรือ ความสามารถเฉพาะทางต่าง ๆ แล้วแต่ทุนกำหนด 
  • Letter of recommendation 

คือ จดหมายรับรองหรือแนะนำตัว อาจจะเป็นจดหมายแนะนำตัวจากมหาวิทยาลัย หรือรับรองจากหน่วยงานที่เคยทำงาน เป็นต้น แนะนำว่าควรมี
1) จดหมายเพื่อความน่าเชื่อถือ เช่น คณบดีของสาขาที่เราจบมา เนื่องจากเราใช้เอกสารในการพูดแทนตัวเรา นอกจากผลการเรียนแล้ว จดหมายจากบุคคลที่มีตำแหน่งสูงจะเป็นสิ่งที่รับรองว่าเราเป็นใครมาจากไหน
2) จดหมายเพื่อพูดถึงเราในแง่ความสามารถและความดีของเรา โดยคนที่เขียนควรมีความใกล้ชิดกับเราพอสมควร เพื่อให้เราสามารถพูดถึงข้อดี ประสบการณ์ หรือผลงานของเราออกมาได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังสามารถพูดถึงคุณลักษณะนิสัยส่วนตัวของเราได้อีกด้วย โดยมากมักจะให้อาจารย์ที่ปรึกษาเป็นผู้เขียนให้
  • Statement of Purpose 

คือ เรียงความหรือบทความที่บอกให้มหาวิทยาลัยหรือเจ้าของทุนเข้าใจว่าทำไมเราจึงสมควรได้ทุนนี้ ทำให้มหาวิทยาลัยหรือคณะกรรมการได้รู้จักเรามากขึ้น เอกสารนี้จึงถือว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก เอกสารที่เราใช้ส่วนใหญ่จะเป็นผลงานในอดีตที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่น ประวัติการศึกษา หรือ จดหมายรับรองซึ่งเราก็ไม่สามารถควบคุมเนื้อหาได้ ดังนั้น Statement of Purpose จึงเป็นเพียงเอกสารเดียวที่เปิดโอกาสให้เราได้พูดกับคณะกรรมการ

ความมุ่งมั่นหรือความตั้งใจของเราจะเป็นสิ่งที่ทำให้ใบสมัครของเราโดดเด่นออกมา เช่น เรามีฝันที่ยิ่งใหญ่ในสาขาหรือในสายอาชีพนั้น ๆ หรือ เรามีแนวคิดในการพัฒนางานในสาขานั้น ๆ ตัวอย่างที่น่าสนใจในอดีตที่เคยมีมาก็คือ มีนักศึกษาจากประเทศตะวันออกกลางคนหนึ่งที่ผลการเรียนไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่เธอกลับได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เนื่องจากเธอเขียนเรียงความว่า “เธอฝันที่จะเป็นนักการเมืองและต้องการใช้ความรู้ด้านกฎหมายและการปกครอง ไปเปลี่ยนความไม่เป็นธรรมต่อผู้หญิงในสังคมตะวันออกกลาง” เป็นต้น

5. อย่าสมัครแค่ทุนเดียว 
เช่นเดียวกับการสมัครเรียนมหาวิทยาลัย ที่เราควรจะสมัครขอไว้เผื่อประมาณ 2-3 ทุน ในสาขาที่ใกล้เคียงกัน เพราะเนื่องจากการเตรียมเอกสารจะได้ทำเพียงแค่รอบเดียว แต่ยื่นได้หลายแห่ง

6.จงมุ่งมั่น
สุดท้ายคือ น้อง ๆ ต้องมีจิตใจที่มุ่งมั่น และต้องการที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างแท้จริง การไม่ได้ทุนในการขอครั้งแรกไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดพลาด อย่าเพิ่งท้อ และพยายามต่อไปค่ะ


วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558

TOEFL เชียงใหม่ : ทุนการศึกษาจาก University of Wisconsin-Eau Claire



University of Wisconsin-Eau Claire มอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาต่างชาติตั้งแต่ปริญญาตรี-เอก มูลค่าระหว่าง $2,000-$6,000 ต่อปี และสามารถต่ออายุทุนสูงสุดถึง 9 เทอม สนใจลองเข้าไปอ่านรายละเอียดกันได้เลยค่ะ
Scholarships for the University of Wisconsin-Eau Claire are available for International Students. They range from $2,000-$6,000 per year, and can be renewed up to 9 semesters. https://goo.gl/mqyI9V


สำหรับน้องๆที่สนใจสอบถามเรื่องทุนการศึกษาเพิ่มเติมจาก TOEFL เชียงใหม่ สามารถติดต่อกับเราได้ที่ 081-8212686 ทุกวันค่ะ

หรือ ติดต่อเราผ่าน 
Facebook: TOEFL เชียงใหม่ 
Line: acecnx
Email: infohere.ace@gmail.com

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

TOEFL เชียงใหม่ ทุนป.ตรี จาก CONCORDIA UNIVERSITY WISCONSIN












ทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี จาก CONCORDIA UNIVERSITY WISCONSIN
เป็นทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติ มีทุนให้อยู่ในช่วง $3,000 - $6,000
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม คลิกตามลิ้งค์นี้ได้เลยค่ะ
For more information, please visit: http://bit.ly/1oHnx36


 If you want to study in the U.S., contact TeamAce! 

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ทุนเรียนต่อ ป.ตรี อเมริกา จาก GEORGETOWN COLLEGE

 

GEORGETOWN COLLEGE (KY) INTERNATIONAL APPLICANT SCHOLARSHIPS FOR FALL 2014 SEMESTER

Application and scholarship deadline extended! Georgetown College is now accepting international applicants for the Fall 2014 semester through 30 June.

Scholarships are also still available! Academic, need-based and athletic scholarships are still being awarded. The average scholarship award for the 2013-2014 year is currently $15,000.
For more information, please visit: http://bit.ly/1nGNjoF


 If you want to study in the U.S., contact TeamAce! 

วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2556

TOEFL เชียงใหม่ ทุนเรียน ART & DESIGN ป.ตรี อเมริกา

SAVANNAH COLLEGE OF ART AND DESIGN MERIT-BASED SCHOLARSHIPS

Founded in 1978, Savannah College of Art and Design exists to prepare talented students for professional careers. The goal of the university is to nurture and cultivate the unique qualities of each student through an interesting curriculum, in an inspiring environment, under the leadership of involved professors. Faculty members have distinguished backgrounds in their fields. The international faculty and student body come from all 50 states and 100 countries. An English as a Second Language program and dedicated international student services staff are available to assist international students with the adjustment to university life in the United States.

A limited number of scholarships is awarded each year to degree-seeking international students who apply and are accepted to SCAD. To be considered for an international student scholarship, applicants should meet or exceed normal admission standards and must request scholarship consideration by submitting a 500-word essay explaining how an international education would influence their artwork, goals and experiences.
For more information, please visit: http://bit.ly/Xs3vf3






 If you want to study in the U.S., contact TeamAce! 

วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556

TOEFL เชียงใหม่ CHAPMAN UNIVERSITY TUITION SCHOLARSHIPS

Academics at Chapman are more than just lectures, books and classrooms, and interdisciplinary is more than just a word. At Chapman, interdisciplinary means encouraging students to study abroad, actively fostering research and collaboration between faculty and students and structuring our general education program to allow students to explore all of their passions. Students at Chapman learn directly from distinguished world-class faculty including Nobel Prize winners, MacArthur fellows, published authors and Academy Award winners. Our small classes and close faculty relationships lead to a robust exchange of ideas and innovations that shape global leaders in the arts, sciences, humanities and beyond.

The College of Educational Studies announces the Master of Arts in Leadership Development, a pioneering degree program that can be completed in 15-24 months. It will be taught by exceptionally devoted and qualified faculty, who are signaling our recognition that leadership depends on not just local but global knowledge, not just a focus on content and task outcomes, but on relationships and critical processes, not just on maintaining the status quo, but a capacity to be creative and innovative in driving purposeful and sustained change. Newly admitted students may be eligible for a scholarship, which reduces tuition costs up to 35% during your first year in the program.
For more information, please visit: http://bit.ly/XRu4xd


 If you want to study in the U.S., contact TeamAce! 

วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ประชาสัมพันธ์ Page EducationUSA Thailand อัพเดตทุนเรียนต่ออเมริกาทุกวัน

ประชาสัมพันธ์ Page "EducationUSA Thailand" อัพเดตทุนเรียนต่ออเมริกาทุกวัน

ฝากอีกเพจนึงไว้พิจารณากด Like อันนี้เป็นของพี่ ๆ educationUSA ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยิ่ง Like เยอะ ยิ่งเพจมีคนเยี่ยมเยอะ ทาง U. ที่อเมริกาจะได้ทราบว่าเด็กไทยเห็นความสำคัญของการเรียนต่อต่างประเทศ ทุนป.ตรี โท เอก จาก U ต่าง ๆ จะไหลมาให้เด็กไทยเยอะขึ้นครับ https://www.facebook.com/EducationUSAThailand
Why Go Anywhere Else? Free expert advice on U.S. university & scholarship apps from friendly advisers in 7 EducationUSA advising centers around Thailand

รายละเอียด
ศูนย์รวมข้อมูลทุนการศึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แนะแนวศึกษาต่ออเมริกาสำหรับมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรองรับ ให้ข้อมูลโดยไม่เชียร์มหาวิทยาลัยใดเป็นพิเศษ

EducationUSA คือศูนย์แนะแนวศึกษาต่อ สังกัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งจะมีสาขาอยู่ในกรุงเทพ และจังหวัดต่าง ๆ ในเกือบทุกภาคของประเทศไทยครับ http://www.educationusa.info/Thailand






 If you want to study in the U.S., contact TeamAce! 





วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ทุน อเมริกา Minot State University Grandfathering Tuition Options

Minot State University Grandfathering Tuition Options

logo.png
Minot State University
Located in north central North Dakota, Minot State University is a place where east meets west. Nestled on the northern edge of the Mouse River Valley, the campus stands at the heart of the "Magic City."

The State Board of Higher Education approved grandfathering tuition options for current non-resident students and those enrolled by fall 2013. Minot State University’s current "Grow North Dakota" plan permits charging non-resident students in-state, resident tuition rates. According to the grandfather provision, all current out-of-state students including international students will continue to pay the approved in-state rate up to fall 2016. Non-resident students beginning fall 2013 will be charged the in-state rate up to the fall 2017.
For more information, please visit: http://bit.ly/Vkhdyq







 If you want to study in the U.S., contact TeamAce!